การฝึกอบรมการทำงานในที่อับอากาศก็เป็นอีกหนึ่งหลักสูตร ที่สร้างความตื่นตา ตื่นใจ เหนื่อย เสียว เปียก ลื่น ระทึกสุดขั้ว กลัวสุดขีด และมันคือแหล่งทำเงินทำทองหลักสูตรหนึ่งเลยเชียว
ก็กฏหมายบังคับ นายจ้างจึงไม่มีทางเลือก ต้องอบรม ต้องมีใบเซอร์ ส่วนเครื่องวัดแก็ส เครื่องเติมอากาศ พัดลม ค่อยว่ากัน คนที่จะได้ใบเซอร์ก็มีสี่ผู้ ผู้ควบคุมงาน ผู้อนุญาต ผู้ปฎิบัติงาน ผู้เฝ้าระวังช่วยเหลือ ผมเพิ่มให้อีกผู้ คือ ผู้ต้องหา
ที่อับอากาศ เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน ทั้งอันตรายที่เกิดจากสภาพของมัน เช่น เข้าไปแล้วติดแง่ก ถูกล๊อกจากข้างนอก ออกมาไม่ได้ หรือลื่นไถลจากระดับหนึ่งไปอีกระดับหนึ่ง หรือมีของร่วง ถล่มทับ หรือเข้าไปจมน้ำ จมโคลน ไฟดูด หรืออันตรายทางกายภาพอื่นๆ และอันตรายจากบรรยากาศอันตราย เช่นออกซิเจนต่ำ แก็สพิษ แก็สไวไฟ สารเคมี คนไทยก็มาแปลว่า ที่อับอากาศ ทั้งๆที่มันคือ Confined Space ที่แคบ ที่คับที่ซึ่งเข้าก็ยาก ออกก็ยาก เป็นอะไรขึ้นมาจะช่วยกันก็ยาก
กฏหมายไทย ไม่เหมือนกฏหมายเมืองนอกก็ตรงที่ว่า ถ้าเมื่อไหร่มันเข้าข่าย คราวนี้แหละงานช้าง คนต้องอบรม ต้องได้เซอร์ ต้องไม่มีโรคประจำตัวต้องห้าม ต้องได้รับใบอนุญาต
ส่วนขั้นตอนการอนุญาต กฏหมายก็ไม่ได้ห้ามถ้านายจ้างจะอนุญาตเสียเอง ส่วนใหญ่ก็จะให้ ผู้อนุญาต ซึ่งก็คือลูกจ้างที่ไปได้ใบเซอร์มานั่นแหละ
ตามกฏหมาย ถ้าจะแปลให้สั้นสองคำ ก่อนอนุญาต นายจ้าง หรือผู้อนุญาต ต้องทำให้ที่นั้น ปลอดภัย สองคำ ปลอดภัย ส่วนจะปลอดแบบไหน ต้องปูพรมแดงเลยไหม ก็ไปดู มาตรา 4
ส่วนใหญ่ที่คนงานไปตายในที่อับอากาศ ร้อยทั้งร้อย ได้รับอนุญาตทั้งนั้นและ แต่ปลอดภัยหรือไม่มันอีกเรื่องหนึ่ง
งานนี้ นายจ้าง ส่งคนไปอบรม แต่งตั้งให้ทำหน้าที่ ทำให้มีระบบขออนุญาต ทำครบหมด มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 16 และรวมถึง มาตรา 8 ทำครบ แต่ลายเซ็นต์บนใบอนุญาตมันเป็นของลูกจ้าง ไอ้ที่ตายก็ผู้รับเหมา เอาไปเอามา ไอ้คนเซ็นต์ทำท่าว่าจะโดนคดี กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย
อยู่ดีๆก็กลายเป็นผู้ต้องหาไปซะงั้น



