ต้องปลอดภัยขนาดไหน

นี่มันไซท์ก่อสร้างนะเว้ยเฮ้ย ไม่ใช่โรงแรมห้าดาว จะให้มันปลอดภัยขนาดไหน ต้องให้ปูพรมแดงให้เลยไหม นี่เป็นข้อโต้เถียงจากท่านผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่ง ที่โกรธมากเมื่อ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยได้หยุดการทำงานกลางคัน

สมัยที่ยังไม่แก่มาก ยังเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ออกแนวบู๊ล้างผลาญ ยิ่งถ้าไปเจอกับความเสี่ยงประเภท Low-Likelihood- High-Consequence หรือยิ่งถ้าเป็น High-Likelihood-High-Consequence ด้วยแล้วละก็ผมจะไม่รีรอใดๆ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม สั่งหยุดทันที และนั่นจะเป็นต้นเรื่องของคำว่า ต้องปลอดภัยขนาดไหน ต้องปูพรมแดงให้เลยมั้ย (จริงๆแล้วหยาบกว่านี้อีก)

ความเสี่ยงประเภท High-Likelihood-High-Consequence ก็อย่างเช่น เอาสายไฟพันไปตามนั่งร้าน แทนที่จะคล้องเกี่ยวจัดให้เป็นระเบียบไปบนรางหรือตะขอที่มีฉนวน แบบนี้ ไฟรั่วขึ้นมาทั้งนั่งร้านก็จะเกิดไฟดูดคนทำงาน

ส่วนความเสี่ยงประเภท Low-Likelihood-High-Consequence ก็เช่น ทำงานในหลุมลึก ไม่มีการตรวจสอบดิน ไม่ทำการป้องกัน ไม่กันดินถล่ม ไม่มำทางขึ้นทางลง งานแบบนี้ไม่ได้ทำบ่อย แต่เกิดเหตุแล้วมีถึงตาย ไม่ใช่คนเดียว หลายคนเลย

ความเสี่ยงแบบนี้แหละที่ผมเจอเมื่อไหร่สั่งหยุดทันที ส่วนผู้บริหารที่เต้นเหยงๆ ว่ามันไม่ปลอดภัยยังไง เราก็ทำกันมาแบบนี้ตั้งสามสิบปีไม่เห็นจะเป็นอะไร ข้อนี้ก็เข้าใจได้อยู่ คุณเคยทำยังไงก็จะทำแบบเดิมๆว่างั้น

ที่ว่าต้องปลอดภัยขั้นไหน ต้องปูพรมแดงให้เลยไหม ผมก็แนะให้ไปเปิดอ่านตำรา ตอนที่ไปเรียน จป.บริหาร จป.หัวหน้างาน เปิดไปดูคำนิยามของคำว่าปลอดภัย อยู่ในมาตรา 4 ใน พรบ.ความปลอดภัย พ.ศ. 2554 ส่วนปูพรมแดงนั่นนะ ไม่ดีหรอก ปูลวกๆ จะกลายเป็นทางเดินที่สะดุดหกล้มตกนั่งร้านตายซะเปล่าๆ

บางบริษัท มีระบบ STOP WORK พอถูกสั่งหยุดเข้าจริงๆ จะเป็นจะตาย จะไล่ออกมั่งล่ะ จะไม่ผ่านโปรมั่งล่ะ

ตอนเรียน วิทยากรเขาไม่ได้สอนดอกรึ ว่าความเสียงแบบไหน ควรจัดการอย่างไร หรือว่าโดดเรียน แล้วเขาออกเซอร์ให้เฉยๆ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Blog Archive

ต้องปลอดภัยขนาดไหน

นี่มันไซท์ก่อสร้างนะเว้ยเฮ้ย ไม่ใช่โรงแรมห้าดาว จะให้มันปลอดภัยขนาดไหน ต้องให้ปูพรมแดงให้เลยไหม นี่เป็นข้อโต้เถียงจากท่านผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่ง ที่โกรธมากเมื่อ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยได้หยุดการทำงานกลางคัน

Read More »

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือ จป. เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ซึ่งคนส่วนใหญ่ เข้าใจว่า เป็น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. ไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียง บางแห่ง ก็จัดให้ จป. เป็นหัวหน้า รปภ. บางแห่ง จป. ก็เป็นลูกน้องในสังกัด ที่มีหัวหน้า รปภ. เป็นผู้จัดการ แล้วแต่ว่า องค์กร ให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมาก่อน
ความเหมือนก็คือ ทั้งสองหน้าที่ ทำงานเพื่อป้องกัน อุบัติภัย และอุบัติเหตุ ความต่างก็คือ รปภ. ป้องกันเหตุที่เกิดจากการคาดคิด วางแผนไว้ล่วงหน้าและต้องการให้เกิด เช่น การโจรกรรม การลักขโมย การทำร้ายร่างการ วางเพลิง ทำลายทรัพย์สิน เหตุเหล่านี้มีคนต้องการให้มันเกิดและหวังผล ส่วนพวก จป. มีหน้าที่ป้องกัน เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ไม่พึงประสงค์ และไม่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เช่น อุบัติเหตุจากเครื่องจักร ไฟฟ้าดูด ไฟไหม้ สารเคมีหก รั่วไหล แก็สรั่ว ระเบิด เรื่อยไปจนถึงการเกิดเจ็บป่วย จากสารเคมี จากเสียงดัง ไปจนโรคจากการทำงานมากมาย
ดังนั้น ใครจะเป็นหัวหน้าใครก็แล้วแต่ว่า หัวหน้าของพวกเขา ใครใหญ่กว่ากัน
ความต่างอีกประการหนึ่งก็น่าจะเป็นเรื่อง คุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ที่อาจจะไม่เหมือนกัน เช่น จะให้ จป.ไปไล่จับขโมย มีทักษะการต่อสู้แบบกังฟู เชิงแม่ไม้มวยไทย ก็คงไม่ค่อยถนัด เพราะไม่ได้เรียนมา ส่วนจะให้ รปภ. มีความรู้แตกฉาน เรื่องวิชาการอาชีวอนามัย พิษวิทยา ก็คงไม่ได้ นอกจากพวกเขาจะไปเรียนมา หรือเคยเป็น จป.แล้วถูกมอบหมายให้มาเป็น รปภ.แทน แบบนี้ก็ว่าไปอย่าง

Read More »

The Five Rights

A supervisor assign his subordinate to do a task which he never do it before, the time is rush, and he has to do it by his own, no supervision. Do you think that the assignment is right?

Read More »

จป.คือใคร

ทั้งหมดทั้งสิ้น ก็อยู่ที่ว่า สถานประกอบการนั้นต้องการอะไร ต้องการแค่ใบเซอร์ หรือต้องการวัฒนธรรมองค์กรและคนที่ทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน ไม่เใช่ความปลอดภัย เอาไว้ก่อน

Read More »
hammer, books, law-719066.jpg

Mr. It was not me

Imagine that you are hearing a paging from the PA system “Mr. It Wasn’t me, please contact plant manager immediately”.

Read More »