เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือ จป. เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ซึ่งคนส่วนใหญ่ เข้าใจว่า เป็น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. ไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียง บางแห่ง ก็จัดให้ จป. เป็นหัวหน้า รปภ. บางแห่ง จป. ก็เป็นลูกน้องในสังกัด ที่มีหัวหน้า รปภ. เป็นผู้จัดการ แล้วแต่ว่า องค์กร ให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมาก่อน ความเหมือนก็คือ ทั้งสองหน้าที่ ทำงานเพื่อป้องกัน อุบัติภัย และอุบัติเหตุ ความต่างก็คือ รปภ. ป้องกันเหตุที่เกิดจากการคาดคิด วางแผนไว้ล่วงหน้าและต้องการให้เกิด เช่น การโจรกรรม การลักขโมย การทำร้ายร่างการ วางเพลิง ทำลายทรัพย์สิน เหตุเหล่านี้มีคนต้องการให้มันเกิดและหวังผล ส่วนพวก จป. มีหน้าที่ป้องกัน เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ไม่พึงประสงค์ และไม่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เช่น อุบัติเหตุจากเครื่องจักร ไฟฟ้าดูด ไฟไหม้ สารเคมีหก รั่วไหล แก็สรั่ว ระเบิด เรื่อยไปจนถึงการเกิดเจ็บป่วย จากสารเคมี จากเสียงดัง ไปจนโรคจากการทำงานมากมาย ดังนั้น ใครจะเป็นหัวหน้าใครก็แล้วแต่ว่า หัวหน้าของพวกเขา ใครใหญ่กว่ากัน ความต่างอีกประการหนึ่งก็น่าจะเป็นเรื่อง คุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ที่อาจจะไม่เหมือนกัน เช่น จะให้ จป.ไปไล่จับขโมย มีทักษะการต่อสู้แบบกังฟู เชิงแม่ไม้มวยไทย ก็คงไม่ค่อยถนัด เพราะไม่ได้เรียนมา ส่วนจะให้ รปภ. มีความรู้แตกฉาน เรื่องวิชาการอาชีวอนามัย พิษวิทยา ก็คงไม่ได้ นอกจากพวกเขาจะไปเรียนมา หรือเคยเป็น จป.แล้วถูกมอบหมายให้มาเป็น รปภ.แทน แบบนี้ก็ว่าไปอย่าง

เสียงโฆษกประกาศเชิญผู้มีเกียรติขึ้นวางผ้าบังสกุล แถมท้ายตำแหน่ง ผู้จัดการแผนกรักษาความปลอดภัย ทำให้ผมหยุดกึก นึกในใจว่า เอาอีกแล้ว อุตส่าห์เขียนใส่มือเจ้าภาพไปแล้ว ยังแอบเติมคำว่า รักษาความปลอดภัย เข้าไปอีก

จะว่าไปแล้ว คำว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย น่าจะมีมาก่อน ที่จะเกิด เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เพราะประเทศไทยเรา กว่าจะมี กระทรวงแรงงาน ก็เข้าปี พ.ศ.2536 ตอนนั้นชื่อ “กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม” ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2536 ก่อนหน้านั้น เป็นแค่กรมเล็กๆ ในกระทรวงมหาดไทย ชื่อว่า กรมแรงงาน

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เพึ่งจะมีจริงๆ ก็ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่สำคัญในปี พ.ศ. 2528 ที่โดดเด่นที่สุดคือประกาศเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2528 ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) เพื่อพัฒนามาตรฐานความปลอดภัย ประกาศฉบับนั้นบังคับใช้กับสถานประกอบการ ที่อยู่ในบัญชี 1 และ 2 ของกฏกระทรวงในปัจจุบัน (พ.ศ.2565)

นั่นแหละกำเนิด จป. สมัยนั้น จป.น่าจะแปลว่า จิปาถะ คือทำทุกเรื่อง น้ำไม่ไหล ไฟไม่ติด ส้วมแตก ส้วมตัน คนตีกัน หมาเข้าโรงงาน แมลงวันในโรงอาหารชุกชุม เป็นหัวหน้ายาม (สมัยนั้นเขาเรียกแบบนั้น) ส่วนเรื่องที่กฏหมายต้องการให้ทำ มีทั้งหมด 6 ข้อ

หน้าที่ จป.

จะเห็นว่า การบังคับใช้ก็เล็งไปที่สถานประกอบกิจการที่มีคนเป็นร้อยขึ้นไป และอยู่ในประเภทที่กฏหมายกำหนด ส่วนสถานประกอบกิจการขนาดเล็กกว่าร้อย ก็ไม่ต้องมี จป.

ส่วนเรื่องการบังคับใช้กำกับดูแลให้เกิดการทำตามกฏหมาย ก็อย่างที่เรารู้ๆ มีเหตุการณ์ให้จดจำมากมาย อย่างเช่น ไฟไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 นั่นก็เป็นหนึ่งในหลายๆเรื่อง ที่พอจะบอกได้ว่า นายจ้าง ให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร รักษาความปลอดภัย หรือ ความปลอดภัย

ทุกวันนี้ เกิด จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร  จป.เทคนิค จป.เทคนิคขั้นสูง จป.วิชาชีพ หน่วยงานความปลอดภัย ในทางทฤษฏีแล้ว เป็นเรื่องที่ดีมากเลย ที่จะมีคนมาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเพิ่มเติม จาก จป.ผู้เดียวดาย

ในทางปฎิบัติก็ยังมีข้อกังขา ว่าเอาเข้าจริง คนที่ไปเรียน ได้ใบเซอร์ (ใบประกาศ)และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น จป. ทำหน้าที่เหล่านั้นหรือไม่ และคำถามใหญ่ๆก็คือ นายจ้าง ทำหน้าที่ที่กำหนดไว้ ใน พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ครบถ้วนหรือยัง

คนที่มีหน้าที่กำกับดูแล การบังคับใช้กฏหมาย คุณทำหน้าที่ของคุณ ครบถ้วนหรือยัง

ถ้าทำครบแล้ว ก็นับว่าเป็นบุญของลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างที่จ้างโดยสถานประกอบกิจการเอง หรือลูกจ้างที่มาจากการจ้างเหมาแรงงาน (เพื่อเลี่ยงค่าใช้จ่ายและง่ายต่อการปลดออก เลิกจ้าง) พวกเขาจะได้ปลอดภัยขึ้น

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Blog Archive

True Buy-In

Assertiveness allows leaders to balance firmness in safety standards with a high degree of respect and openness, breaking down hierarchical barriers

Read More »

Walk The Talk

When a safety practice contradicts established policies and procedures, it signals lip service, a state where organizational commitment to safety

Read More »

From Fines to Fortune

Stop viewing safety as an expense and start managing it as an asset. Join industry leaders like Unilever Thailand who trust WorkSafe to protect their people and their profits.

Read More »

การสูญเสียการได้ยินเนื่องจากสารเคมี

ใครจะไปนึกว่าการสูญเสียการได้ยินในกลุ่มคนงานไม่ได้เกิดจากเสียงที่ดังเกินมาตรฐานเท่านั้น สารเคมีหลายตัวก่อให้เกิดการสูญเสียการได้ยินด้วย สารกลุ่มนี้เรียกว่า Ototoxic Chemical คนงานในโรงงานหลากหลายประเภทล้วนเสี่ยงหูตึงจากสารเคมี

Read More »