ลูกจ้าง

คนที่ไม่เคยเป็นลูกจ้างเลยอาจจะเข้าใจเรื่องนี้ยากหน่อย แต่คนที่เป็นลูกจ้างมาทั้งชีวิตก็อาจจะได้แค่อ่านผ่านๆ เพราะคิดว่าทำอะไรมากไม่ได้หรอก ยังไงก็ยังต้องมีงานทำ เขาจะทำอะไรอย่างไรก็ต้องยอมรับชะตากรรมไป ส่วนคนที่เป็นเซฟตี้ นี่แหละคือปัญหาของคุณ

คำว่าลูกจ้าง มีเขียนไว้ในกฏหมายหลายฉบับ เหมือนกับจะตอกย้ำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า มันต้องเป็นแบบนั้นแหละ เป็นอย่างอื่นไปมากกว่านี้ไม่ได้หรอก

ใน พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นกฏหมายที่ดูแค่ชื่อ ก็นึกทึกทักเอาว่า ออกมาเพื่อคุ้มครองแรงงาน แต่ไม่ใช่เสียทั้งหมด

อย่างคำว่าลูกจ้าง ใน พรบ.ฉบับนี้
“ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทํางานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่อ อย่างไร ทีเด็ดมันก็อยู่ตรงที่ว่า ใครเป็นคนตกลงรับลูกจ้างเข้ามาทำงาน

คราวนี้มาจำลองเหตุการณ์กันดู

สมหมาย เป็นหนุ่มบ้านนอก หอบผ้าหอบผ่อนตามน้าชายมาทำงานในเมืองหลวง เขาเองก็ได้ทำงานเป็นลูกมือในไซท์ก่อสร้างที่น้าทำงานอยู่ ทั้งคู่ ได้งานผ่านบริษัท ที่หน้าร้านมีป้ายรับสมัครงานแปะไว้ รับคนงาน พอเขียนใบสมัครเสร็จสรรพ พวกเขาก็ได้ทำงานทันที มีรถสองแถวคิดเครื่องรอ มีคนเรียกโบกให้ขึ้นรถ ไปทำงานที่ไซท์ก่อสร้าง ตรงนั้น ตรงนี้ แล้วแต่ว่ารถจะไปส่งลงตรงไหน

ที่นี่ น้าชายกับสมหมายเอง ก็ทำงานมาสักระยะ พอครบกำหนด สองอาทิตย์ ก็จะได้เงินเบิกมาประทังชีวิต คนจ่ายเงินก็เป็นคนที่คอยโบกเรียกพวกเขาขึ้นรถไปทำงานนั่นแหละ

วันหนึ่ง น้าของเขาตกลงมาจากนั่งร้าน ขาหัก ไซท์ก่อสร้างที่เคยไปทำงาน เขาก็ไม่ให้ทำงาน เงินประกันสังคม เงินกองทุนทดแทน ที่เขาพูดๆกัน สมหมายกับน้าไม่รู้จักหรอก บริษัทที่ส่งพวกเขาไปทำงานนั้น สุดท้ายก็เบี้ยวค่าแรง เก็บป้ายปิดร้านหายไป

สมทรง มีเรื่องไม่ต่างกันกับสมหมาย เธอถูกส่งไปทำงานในโรงงานแถวๆพระประแดง อยู่ในไลน์ผลิตกระป๋อง วันหนึ่ง เธอถูกเครื่องหนีบ ดึงเอานิ้วชี้ พร้อมแหวนทองสองสลึงเข้าไปด้วย นิ้วกุด ไม่กี่วันหลังจากนั้น โรงงานก็ส่งเธอกลับ ส่วนนายจ้างที่ส่งเธอไปก็ไม่ได้รับผิดชอบอะไร บอกว่าที่เธิเจ็บเพราะซุ่มซ่ามเอง อยากได้อะไร ก็ไปฟ้องเอาเอง ถ้ามีปัญญา สมทรง หมดปัญญา

พรบ. คุ้มครองแรงงานบอกว่า ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทํางานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทํางานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทํางานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทํางานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทํางานดังกล่าว

ลูกจ้าง หาเช้ากินค่ำ อยากได้งาน ใครจ้างไปทำอะไรก็เอาหมด  นายจ้างก็ต้องการคนงาน ยิ่งราคาถูกๆ ยิ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ หากเป็นคนงานอย่างสมหมายกับสมทรงยิ่งชอบ เพราะนายจ้างไม่ต้องจ่ายอะไร ไม่ได้ทำสัญญาอะไร ค่าแรงก็จ่ายเฮียสงบไป ส่วนแกจะไปหักค่าหัวเท่าไหร่ เรื่องของแก โรงงานประหยัดไปโข ไม่มีสวัสดิการ ข้าวน้ำ ไม่ฟรี ห้องพยาบาล ไม่ต้องจ่ายยา เจ็บป่วยมา พี่แสวงที่กรมเขาช่วยเคลียร์ให้ สิ้นปีเอากระเช้าใหญ่ๆ พี่เขาชอบเหล้าฝรั่ง ซับพลายเออร์เอามาให้กองหยู่ในห้องเก็บของเยอะแยะ ทุกอย่าง ไม่มีค่าโสหุ้ยอะไร

นั่นเป็นมุมของกฏหมายคุ้มครองแรงงาน ที่กฏหมายเขียนเป็นติ่งไว้ว่า โรงงานต้องรับผิดชอบนั่นก็เพียงให้มันดูดี ไม่ประเจิดประเจ้อ นักฏหมายของเรา คุณเดือน สนิทกับเจ้าหน้าที่ทุกแห่ง สบายมาก เพราะกฏหมายเขียนเป็นขยักไว้ว่า ให้ผู้ประกอบกิจการดําเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทํางานในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ แค่กำหนดเวลสทำงานเหลื่อมกัน ปรับงานหน่อยไม่ให้เหมือนลูกจ้างประจำเปะ แบบนี้ก็หลุดแล้ว ใช่ไหมเดือน

ลูกจ้าง จะเอาปัญญาที่ไหนไปฟ้อง ถ้าจะฟ้องก็ต้องไปหา “พนักงานตรวจแรงงาน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ หาเจอไหมล่ะ ไหนจะค่ารถ ค่ารา

ในพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ก็บอกไว้ว่า ลูกจ้างคือ ลูกจ้างที่พูดถึงไปนั่นแหละ คนที่ตกลงจะทำงานให้นายจ้าง อย่างสมทรงกับสมหมายนั่นก็ใช่ และนายจ้างของพวกเขาก็คือบริษัทรับเหมาค่าแรงนั่นแหละ แล้วยังห้อยประโยคนี้ไว้ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและให้หมายความ
รวมถึงผู้ซึ่งได้รับความยินยอมให้ทํางานหรือทําผลประโยชน์ให้แก่หรือในสถานประกอบกิจการของนายจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม

อย่างน้าของสมหมาย ไซท์ก่อสร้างแห่งนั้นก็ไม่ได้นับเอาเขาไปรวมเป็นลูกจ้าง คนเป็นสองสามร้อย แต่ในสถิติความปลอดภัย จำนวนลูกจ้าง เขานับแค่คนงานประจำไม่กี่คน น้าของสมหมายถูกเรียกว่าเป็นผู้รับเหมา สมหมายเองก็ไม่เข้าใจ

สมทรงเองก็คล้ายๆกัน จะไปเบิกที่อุดหู เบิกหน้ากาก เบิกรองเท้า เขาบอกว่าเธอเป็นผู้รับเหมา

เรื่องลี้ลับเกี่ยวกับคำนิยามตามกฏหมาย มันมีมานาน ซ่อยอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ ขั้นตอนนั้น ขั้นตอนนี้ แต่มันช่วยนายจ้างประหยัดไปมากโข ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศพ แถมเวลาจะเลิกจ้าง ก็ง่ายเหมือนดีดนิ้ว

ลูกจ้าง จะเอาปัญญาที่ไหนไปเรียกร้อง จริงมั้ย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Blog Archive

True Buy-In

Assertiveness allows leaders to balance firmness in safety standards with a high degree of respect and openness, breaking down hierarchical barriers

Read More »

Walk The Talk

When a safety practice contradicts established policies and procedures, it signals lip service, a state where organizational commitment to safety

Read More »

From Fines to Fortune

Stop viewing safety as an expense and start managing it as an asset. Join industry leaders like Unilever Thailand who trust WorkSafe to protect their people and their profits.

Read More »

การสูญเสียการได้ยินเนื่องจากสารเคมี

ใครจะไปนึกว่าการสูญเสียการได้ยินในกลุ่มคนงานไม่ได้เกิดจากเสียงที่ดังเกินมาตรฐานเท่านั้น สารเคมีหลายตัวก่อให้เกิดการสูญเสียการได้ยินด้วย สารกลุ่มนี้เรียกว่า Ototoxic Chemical คนงานในโรงงานหลากหลายประเภทล้วนเสี่ยงหูตึงจากสารเคมี

Read More »

สรุปสิ่งที่นายจ้างต้องทำ

มีคำถามจากลูกค้าสั้นๆแต่ได้ใจความว่า ดิฉันประกอบกิจการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม มีคนงาน 50-100 คนในแต่ละโรงงาน ต้องทำอะไรบ้างตามกฏหมายความปลอดภัย ต่อไปนี้จะเป็นคำตอบแบบไม่ต้องยกแม่น้ำทั้งห้ามาให้ปวดเศียรเวียนเกล้า มีเรื่องที่นายจ้างต้องทำหลายเรื่อง ตามที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ข้อแรก ทำให้สถานประกอบกิจการ ปลอดภัย หากมีคำถามว่าต้องปลอดภัยปานไหน ก็มีคำนิยามของคำว่า ปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานกำหนดไว้ในมาตรา

Read More »