จป.คือใคร

ทั้งหมดทั้งสิ้น ก็อยู่ที่ว่า สถานประกอบการนั้นต้องการอะไร ต้องการแค่ใบเซอร์ หรือต้องการวัฒนธรรมองค์กรและคนที่ทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน ไม่เใช่ความปลอดภัย เอาไว้ก่อน

จป. ย่อมาจากอะไร

จป.ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ซึ่งหลายคนเข้าใจไปเองว่า เป็นแบบเดียวกับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระมัง คนที่ยืนตะเบ๊ะอยู่หน้าประตูเข้าโรงงานหรือหมู่บ้าน

จป.ไม่ใช่ รปภ. แม้ว่าทั้งคู่จะรักษาความปลอดภัยเหมือนกัน นี่คือความแตกต่าง

จป. มีหน้าที่รวมๆในการให้คำแนะนำ เสนอแนะและดำเนินการเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับกฏหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งกฏหมายเหล่านั้นมุ่งเน้นไปที่การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมไปถึงการป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างไฟไหม้ สารเคมีรั่วไหล เหล่านี้เป็นต้น จป. ป้องกันเหตุร้ายที่ไม่คาดคิด ไม่พึงประสงค์ ไม่วางแผนล่วงหน้า

รปภ. ป้องกันเหตุร้ายที่มีคนประสงค์ คาดหวังผล ต้องการให้เกิด เช่นขโมยทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกาย วางเพลิงเผาทรัพย์ เป็นต้น เขาต่างกันตรงนี้

จป.ตามกฏหมาย มีสองแบบ คือ เป็น จป.เพราะมีตำแหน่งเป็น หัวหน้างาน ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร และเป็นผู้บริหาร ถ้าคุณอยู่ในสถานประกอบการประเภทที่ 1 และ 2 ต่อให้มีคนงานแค่สองคน ก็ต้องมี จป.หัวหน้างานและ จป.บริหาร ส่วนสถานประกอบการอย่างโรงแรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ถ้ามีคนงานมากกว่า 20 คน ก็ต้องมี จป.หัวหน้างานและบริหาร ถ้าไม่อยากเข้าข่าย ก็ปลดคนออกให้เหลือไม่เกิน 19 คน ก็ไม่ต้องมี จป.

จป.อีกประเภท คือ คนที่ได้รับมอบหมายให้เป็น จป.เต็มเวลา ก็มีตั้งแต่ จป.เทคนิค ซึ่งสถานประกอบกิจการที่มีคน 20 คนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 50 คน ต้องมี และหากสถานประกอบกิจการมีคน 50 แต่ไม่ถึง 100 คน ก็ต้องมี จป.เทคนิคขั้นสูง ส่วนโรงงานไหนมีคน 100 คนขึ้นไป ก็ต้องใช้ จป.วิชาชีพ

ทำอย่างไรถึงจะได้เป็น จป.

  1. เป็นลูกจ้าง ในตำแหน่ง หัวหน้างาน หรือบริหาร
  2. เข้ารับการอบรม 2 วัน สำหรับ จป.สองแบบแรก
  3. สอบผ่าน ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 60 เปอร์เซ็น และเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 60 เปอร์เซ็น
  4. นายจ้างแต่งตั้ง

มีคุณสมบัติครบ ก็ได้เป็น จป.อย่างตั้งใจ (บางคนก็ไม่ได้อยากเป็น แต่ถูกบังคับมาเป็นทอดๆ กฏหมายบังคับนายจ้าง นายจ้างบังคับลูกจ้าง ก็ส่งคนมาเรียน หรือไม่ก็อบรมในสถานที่โรงงาน เข้าเรียนบ้าง ไม่เข้าเรียนบ้าง เอาคนอื่นมานั่งเรียน ทำข้อสอบแทนบ้าง ก็มีบ่อยๆ)

ค่าฝึกอบรม ก็มีตั้งแต่ราคาหลักร้อย ไปจนถึง 3000-4500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับหน่วยฝึกอบรมว่าเขามีต้นทุนอย่างไร ที่ไหนใช้วิทยากรที่มีประสบการณ์ทำงานมาอย่างโขกโชน เป็นผู้บริหารระดับมือโปร พูดได้ทั้งไทยอังกฤษ มีใบรับรองจากนานาชาติ ก็แพงหน่อย ที่ไหนเอาวิทยากรที่เพิ่งจบใหม่ ไม่ได้ทำงานเป็นเรื่องเป็นราว แต่มีทุนเปิดบริษัทอบรม ก็ราคาไม่แพง สองสามร้อยก็ยังพอหาได้

ทั้งหมดทั้งสิ้น ก็อยู่ที่ว่า สถานประกอบการนั้นต้องการอะไร ต้องการแค่ใบเซอร์ หรือต้องการวัฒนธรรมองค์กรและคนที่ทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน ไม่เใช่ความปลอดภัย เอาไว้ก่อน

หวังว่าคงเห็นภาพชัดเจนขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Blog Archive

MD syndrome

I have been working with MDs most of the times, they are Expat. Here is my diagnosis for you why

Read More »

The Gaps

Why globally known corporates failed to make their Occupational, Safety, Health and Environmental Policies and Procedures effectively implemented in Thailand?

Read More »

Thailand’s standard

Thailand has a culture where safety is compromised for speed and cost savings, with some companies opting for low-quality materials and cutting corners.

Read More »

How its end

In the 2017 incident at a Charoen Pokphand Foods (CPF) duck processing plant in Bangkok, CPF reportedly offered 3 million

Read More »